วันเสาร์ที่ 20 สิงหาคม พ.ศ. 2554

La Baguette ยกปารีสมาไว้ที่พัทยา



พวกเรามีนัดกัน พวกเราก็คือผมและสองสาวเพื่อนซี้ปึ้ก (เดาว่างั้นมั้งฮะ)
จะไปเที่ยวพัทยากัน ไอ้ครั้นจะขับไปพัทยา เล่นน้ำ ย่ำทรายพอเหนอะเท้า
กินส้มตำข้าวเหนียว แวะหนองมน กลับเข้ากรุงเทพ ถึงบ้าน เล่นกับตุ๊กตา แล้วก็เข้านอน

มันก็ดูชีวิตจะขาดสีสันไปหน่อยมั้ย ผมต้องทำอะไรซักอย่าง

เอาล่ะ อย่างน้อย ผมก็มีโปรเจกต์ไปเสนอสองสาว

มันเป็นโปรเจกต์ที่แบบ....เสนอยังไงๆก็ผ่าน
ก็ผมเสนอจะไปทำรีวิวร้านเค้ก La Baquette ที่พัทยา ที่ว่ากันว่าเค้กอร่อยสุดยอด

โอย แค่ได้ยินคำว่าร้านเค้ก สองสาวพูดแทบจะพร้อมกันว่า "จัดไป !!!! "
อ้อ และแถมให้อีกคำด้วยว่า "ให้ไว"


เรากะว่าจะแวะก่อนกลับกรุงเทพเพราะกินเค้กแล้วกลับบ้านน่าจะเข้าท่ากว่าการกินเค้กก่อน
แล้วไปเที่ยวทั้งวันแล้วก็กลับมากินเค้กซ้ำอีก
(ฟังดูเหมือนพวกเราฉลาดหรืออวดฉลาดกันไปเองกันแน่)

ไม่ว่ายังไง พอตกเย็นพวกเราก็มุ่งหน้าสู่ร้านทันที
จุดหมายคือร้าน La Baguette ซึ่งตั้งอยู่ที่ถนนพัทยาเหนือ ตรงทางเข้าโรงแรม
woodland รูปปั้นโลมาเลี้ยวขวานิดเดียว
หน้าร้านหรูหราแนวฝรั่งเศส อลังการงานสร้าง


เค้กละลานตา ต้องบอกว่ามันคือศิลปะ สวยและหรูเลิศ
ผมถือว่าเค้กที่นี่เป็นแนวฝรั่งเศสจริงๆนะฮะ ทำได้สมชื่อ

โต๊ะหรู ของตกแต่งเลิศ

พอเริ่มเหนื่อยกับการถ่ายรูปร้านแทบจะทุกซอกทุกมุม พวกเราก็นึกขึ้นได้ว่า
วันนี้เราไม่ได้จะค้างที่พัทยาซักกะหน่อยเนอะ
และพัทยากะกรุงเทพก็ไม่ใช่ มาบุญครองกะสยามดีสคัฟวอรี่นะคร้าบ

ไม่มีใครเตือนใครซักคน แหม ใครจะฉลาดพอจะทำยังงั้นฮะ
พวกเราเนี่ย แต่ละคนลำพังตัวเองก็จะเอาไม่รอดอยู่แล้ว
ผมก็เอาแต่ชื่นชมกับเค้กจนลืมอย่างอื่น
ส่วนสองสาวน่ะเหรอ คำว่าฉลาดไม่มีอยู่ในพจนานุกรมของพวกเธออยู่แล้ว
(ถ้ามาอ่านเจอ....คือว่า พี่เขียนให้ขำไปอย่างงั้นเอง จริงๆนะ)

นึกขึ้นได้พวกเราก็ตะลีตะเหลือกไปเลือกเค้กแต่โดยดี
ที่ซึ่งพนักงานยืนเรียงแถวรอพวกเราอยู่แล้วและแม้อยากจะบอกพวกเราใจจะขาดว่า
พวกครุนจะถ่ายรูปออกอัลบั้มเดี่ยวกันเรอะแต่ก็ไม่ได้พูดออกมา

หรือพูดแล้วพวกเราไม่ได้ยินฟะ

เอ่อ คือยังงี้ ไม่อยากจะบอกเลยว่าถ้าผมไม่ได้ยิน อย่าไปนับอีกสองสาวที่เหลือ
พวกนั้นแค่ได้ถ่ายรูปก็เข้าสู่สภาวะสูญญากาศทางการได้ยินไปแล้ว



เค้กที่เราเลือกมา พีนัทบัตเตอร์ช็อกโกแล็ต 90 บาท
อร่อยมาก สมกับที่เค้าบอกว่าเป็นตัวขายดี
เนื้อเค้กเป็นช็อกโกแล็ต ครีมพีนัทบัตเตอร์หวานมันกับครีมช็อกโกแล็ต

 เค้กชิ้นที่สอง ทีรามิสุ 90 บาท
อร่อยนะ แต่ไม่ถึงกับสุดยอด เราว่ารสชีสไม่เด่น กาแฟก็อ่อนไปหน่อย
แต่ก็ยังถือว่าอร่อยแบบฉิวเฉียด
เค้กอีกชิ้น ราสเบอร์รี่มูส 95 บาท
 โดนอย่างแรง สองสาวบอกว่าโคตรอร่อย เห็นด้วยๆ
อร่อยตรงมูสราสเบอร์รี่ชัดเจน สลับกับชั้นเค้ก หวานกับเปรี้ยว
เหมือนสองสาว แต่ไม่รู้ใครหวานใครเปรี้ยว
เลือกกันเองก็แล้วกัน


เอิ่ม..อร่อยไม่เกรงใจใคร

นี่ล่ะโฉมหน้าสองสาว ต้องบอกว่าให้รีบถ่ายก่อน ขืนช้าได้ถ่ายแต่คนกับจานเปล่าแน่
อันตรายมาก กินกันราวพายุ

ดูสีหน้าคณะเราช่างเบิกบาน บ่งบอกถึงความพอใจแทนคำพูดได้ดี
แก้มปริ เอ็นจอยอย่างแรง

เค้กอร่อย บรรยากาศโรแมนติก ครบเครื่อง
ตกแต่งสวยจริงๆ ขับไปพัทยาถือว่าคุ้ม จะติยังไม่รู้จะติอะไรดี

La Baguette เหมือนยกปารีสมาไว้ที่พัทยา....
มีแต่คำชื่นชมให้ครับทริปนี้

เค้าบอกว่าถ้าไปปารีสแล้วไม่ได้ไปแวะซื้อบาแก๊ตกินแล้วล่ะก็ จะเหมือนไปไม่ถึงปารีส

อ้อ......

งั้นผมขอบอกว่าถ้ามาพัทยาแล้วไม่มาแวะที่ La Baguette
จะเหมือนมาไม่ถึง La Baguette ทีเดียวเชียว

มั่วก่อนจบได้อีก!!!!!
 @@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@
บรรยากาศ : 7
หน้าตาเค้ก : 8
ความอร่อย : 7.5
บริการและใส่ใจ : 6.5
ความคุ้มค่าราคากับ value : 7.5

เชฟปิศาจพิพากษา : 7.5

ต้องไป แม้อยู่ไกลถึงพัทยา
 @@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@
 วิธีทำ Rasberry Mousse แบบง่าย
  • 2 ถ้วยตวง raspberries
  • 1 ช้อนโต๊ะ gelatin
  • 1 ช้อนโต๊ะ Lemon juice
  • 4 ถ้วยตวง whipped cream
  • 1/4 ถ้วยตวง sugar

ทำแบบนี้ครับ

ผสม 1 1/2 ถ้วยตวง raspberries กับ น้ำตาลใส่กระทะหรือหม้อ คนให้ร้อน ราสเบอร์รี่จะค่อยๆเหลวขึ้น ใส่เจลาติน พอร้อนแล้วเทใส่ชามรอให้เย็นหน่อย แล้วใส่วิปครีม 1 ถ้วยลงไปผสม จากนั้นตีวิปครีม 3 ถ้วยที่เหลือแล้วผสมลงไปแบบเบามือ เทใส่พิมพ์แล้วแช่เย็น แต่งด้วยราสเบอร์รี่ที่เหลือให้สวย

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น